|
แต่ที่แน่ๆในปัจจุบันฟรอมแฟคเตอร์ที่เป็นแบบ
AT กับ ATX
ก็ยังคงมีวางขายกันอยู่เกลื่อนตลาดด้านไอที (IT : Information
Technology)
แต่ผู้ใช้จะเลือกซื้อที่เป็นแบบ
ATX กันมากกว่า
เพราะว่าจะมีการออกแบบที่แก้ไขปัญหาหรือข้อด้อยในแบบ
AT หลายจุด
โดยเฉพาะในเรื่องของการวางอุปกรณ์ที่เกิดความร้อนสูงในขณะทำงาน
เช่นซีพียู (CPU)
ก็จะมีตำแหน่งอยู่ใกล้กับกล่อง
Power Supply เพื่อที่จะได้ระบายความร้อนออกนอกตัวเครื่องได้อย่างดีขึ้น
อีกเรื่องหนึ่งที่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงก็คือการใช้
Power Connector
หรือขั้วไฟที่เป็นการออกแบบเป็น
Packet
เดียวและบังคับทางเสียบทำให้การติดตั้งลง
บนเมนบอร์ดไม่มีความเสียหายอย่างแน่นอนในเรื่องของการสลับขั้วไฟ
และอื่น ๆ
อีกหลายประการด้วยกัน
ช่องเสียบขยาย
(Expansion Slots)
โครงสร้างของระบบบัสในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์นั้น
ได้ถูกพัฒนาทางเทคโนโลยีและจากมาตรฐาน
ดั้งเดิมที่มีใช้กันมาในเครื่องยุคแรก
ๆ
ได้สร้างช่องเสียบขึ้นเพื่อนำอุปกรณ์ต่าง
ๆ ลงไปเพิ่ม
ช่องเสียบเหล่านี้จะถูกเรียกว่า
Expansion Slot

ชนิดต่าง
ๆ ของ Expansion Slots
1. XT Bus
(Extended Technology)
มีขนาดความกว้างของบัสข้อมูลขนาด
8 บิต
มีใช้ในเครื่องรุ่นแรก ๆ
ได้แก่ 8086,8088
2. AT Bus
(Advanced Technology)
หรืออาจเรียกกันว่า ISA Bus ก็ได้ครับ
มีขนาดความกว้าง
ของบัสข้อมูลขนาด
16 บิต ความเร็ว 8 MHz
มีใช้ในเครื่องคอมฯ
รุ่นต่อ ๆ มา
ได้แก่เครื่องรุ่น 80286
ขึ้นไป
จนถึงในปัจจุบันก็ยังคงมีให้เห็นกันอยู่ทั่วไปในเมนบอร์ดใหม่
ๆ
3. VL Bus
(VESA Local Bus)
มีขนาดความกว้างของบัสข้อมูลขนาด
32 บิต มีใช้ในคอมฯ รุ่น 80386 ,
80486
แล้วจบที่ยุคของ
80486 นั้นเอง
4. PCI Bus (Peripheral
Component Interconnect)
มีขนาดความกว้างของบัสข้อมูล
32 บิต
ความเร็ว 33 MHz
และมาตรฐานความเร็วของ PCI
Bus
จะอยู่ที่ครึ่งหนึ่งของความเร็วของ
บัสภายนอก
ของ CPU เช่นบัสที่จ่ายให้แก่
CPU 66 MHz PCI Bus จะเท่ากับ 66/2 = 33 MHz หากบัสของ
CPU
ของเป็น 100
และ 133 MHz ความเร็ว PCI
จะมีค่าเท่ากับ 100/3 และ 133/4
ตามลำดับ
ยังมีช่องเสียบอีกหลายชนิดที่ไม่ได้พูดถึงเนื่องจากช่องเสียบเหล่านั้นได้ทำมาโดยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ต่าง
ๆ
โดยเฉพาะ จึงไม่เรียกว่าเป็นช่องเสียบแบบ
Expansion Slot ได้แก่
AGP (Accelerated
Graphic Port ) เป็นสล็อดที่ได้ออกแบบมาสำหรับใช้กับการ์ดแสดงผล
ที่มีการส่งผ่านข้อมูลจำนวนมากที่สุดด้วยความเร็วที่สูงที่สุด
แต่ในเมนบอร์ดจะมีเพียง 1
สล็อตเท่านั้น
AGP
มีขนาดความกว้าง 32 บิต
ความเร็วเริ่มที่ 66 MHz
และมีพัฒนาความเร็วไปที่
133 และ 266 MHz
ตามลำดับ

ช่องหรือฐานสำหรับติดตั้งหน่วยประมวลผลกลาง
เป็นส่วนที่ให้นำซีพียูมาติดตั้งลงบนนี้
ซึ่งปัจจุบันจะมีอยู่ 2
รูปแบบใหญ่ ๆ คือ แบบซ็อคเก็ต
และ แบบสล็อต
ช่องหรือฐานสำหรับติดตั้งหน่วยความจำแบบแรม
เป็นส่วนที่ให้นำหน่วยความจำประเภทแรมมาติดตั้งลงบนตำแหน่งที่ระบุนี้
มีประเภทต่างๆ ต่อไปนี้

แรมแบบ SIMM
ซึ่งมีใช้กัน 2 แบบคือ แบบ 30
ขา (8 บิต)และ72 ขา (32 บิต)
แรมแบบ DIMM
ซึ่งได้แก่ SDRAM 168 ขา (64 บิต)
นั่นเอง
ช่องเสียบแหล่งจ่ายไฟ

แบบ
ATX แบบ AT และ ATX
เป็นส่วนที่ไว้รอรับการเชื่อมต่อจาก
Power Connector มีอยู่ 2 แบบหลัก คือ
แบบ AT 12
Pin (P8,P9) กับ
แบบที่เป็น ATX 20 Pin โดยที่แบบ
AT นั้นเวลาจะเชื่อมต่อ Power
Connector
เข้ายังช่องเสียบนี้จะต้องเรียงชิดสายไฟของขั้วในด้านที่เป็นสีดำให้ชิดกันแล้วคุณจะสามารถนำไปเสียบ
ยังช่องเสียบได้เพียงทางเดียว(หากเสียบสลับข้าง)อาจทำให้เมนบอร์ดเสียหายอย่างถาวรได้
นะครับ ส่วนในแบบ ATX
นั้นจะถูกบังคับด้วยหัวคอนเน็กเตอร์อยู่แล้ว
ยากต่อการเสียบผิดขั้ว
BIOS (Basic
Input Output System)
BIOS
เป็นโปรแกรมเล็ก
ๆที่ถูกจัดเก็บไว้ในหน่วยความจำประเภท
ROM
มีหน้าที่ในการตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ต่าง
ๆ
หลังจากที่เราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อทำงาน
ขบวนการหลังจากเปิดเครื่องนั้นจะถูกเรียกว่า
POST (Power On Self Test)
ซึ่งเป็นกระบวนการในการทดสอบตัวเองของคอมพิวเตอร์
โดยมี BIOS
โปรแกรมนี้เป็นตัวช่วยจัดการ
หากวันใดที่ BIOS
มีความเสียหายเกิดขึ้น
ก็ไม่สามารถที่ใช้ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อีก
ยกเว้นว่าเราจะดำเนินการนำ
BIOS นั้นไปโปรแกรมใหม่

ROM BIOS
สัญญาณนาฬิกาของระบบ
(Real Time Clock)
เป็นส่วนที่คอยกำหนดจังหวะถี่ในการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ
ความถี่ต่าง ๆ
บนเมนบอร์ดจะได้มาจากผลึกควอซท์ที่เรียกว่าแร่คลิสตัล
ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดความถี่
ความถี่ที่ใช้ป้อนให้แก่ซีพียูแต่ละรุ่น
ก็ได้มาจากส่วนนี้นั่นเอง
ขั้วต่ออุปกรณ์ประเภทตัวขับ
(Drive)
ขั้วต่ออุปกรณ์ประเภทตัวขับ
หรืออาจเรียกว่า Controller
เป็นส่วนที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ประเภทตัวขับ
หรือ Drive ต่าง ๆ
ที่สำคัญได้แก่ Hard Disk Drive , CD-ROM
Drive และ Floppy Disk Drive
ที่จะต้องพึ่งพาขั้วต่อเหล่านี้
ในอดีตนั้นชุดควบคุมอุปกรณ์ประเภทตัวขับจะอยู่ภายนอกแยกเป็นอิสระ
ที่เรียกกันว่า Controller Card
หรือ Multi I/O
หมายถึงว่าสามารถควบคุมและก็เป็นตัวค่อยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ส่วนการนำเข้าและส่วนการแสดงผลได้ในการด์ตัวเดียวกันนั่นเอง
แต่ในปัจจุบันจะถูกติดตั้งไว้บนเมนบอร์ดอย่างสมบูรณ์แล้ว

ขั้วต่อ
HDD. ,CD-ROM และ ขั้วต่อ FDD.
ถ่านหรือแบตเตอรี่
(Backup Battery)
เป็นส่วนที่คอยรักษาข้อมูลของหน่วยจำความประเภท
RAM ที่ได้แก่ CMOS RAM
ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เก็บข้อมูลจากการตั้งค่าใน
BIOS
หากถ่านหรือแบตเตอรี่เสื่อมหรือกระแสไฟฟ้าหมด
ก็จะทำให้เกิดความผิดพลาดในการจดจำข้อมูลที่เก็บไว้ได้
ทำไม่สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างราบรื่น
ดังนั้นจึงต้องทำการเปลี่ยนถ่านหรือแบตเตอรี่ใหม่
หลังจากเปลี่ยนแล้วจะต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง
ๆ ใน BIOS
เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป
ประเภทของแบตเตอรี่ที่เห็น
ๆ
ในท้องตลาดจะมีอยู่ด้วยกัน
2 ประเภทหลัก ๆ คือ
- แบบนิเกิล
แคดเมี่ยม (Ni-Cad)
มีแรงเคลื่อนไฟฟ้า 3.6
โวลท์
- แบบลิเทียม
มีแรงเคลื่อนไฟฟ้า 3
โวลท์

เมนบอร์ดในปัจจุบันจะใช้แบตเตอรี่แบบลิเทียมกันหมดแล้ว
เพราะจะไม่ทำให้ลายวงจรของคุณเสียหายจากน้ำยาที่รั่วไหลออกมาหลังจากที่มันเสื่อมสภาพเหมือนกับแบบนิเกิล
แคดเมียม
พอร์ตประเภทต่าง
ๆ (Port)
พอร์ตจะเป็นช่องทางเชื่อมต่อของอุปกรณ์ส่วนการนำเข้า
(Input) และส่วนการแสดงผล (Output)
ที่มาทำการเชื่อมต่อ (Interface)
ใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์
พอจะแยกออกได้เป็นดังนี้

ช่องเสียบ(Port)
บนเมนบอร์ดแบบ ATX
-
Serial Port
หรือ พอร์ตแบบอนุกรม
มีชื่อเรียกกันหลายอย่างด้วยกันเช่น
เช่น COM 1 , COM 2 , พอร์ตสื่อสาร
หรือ พอร์ตของเม้าส์
เป็นต้น
มีความสามารถในการขนถ่ายข้อมูลขนาด
8 บิตได้ครั้งละ 1 บิตในสาย
1 เส้น จนครบที่ปลายทาง 8
บิต
ใช้กับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการความเร็วสูงมากนัก
เช่น เม้าส์ (Mouse) , โมเด็ม (Modem)
ฯลฯ
-
Parallel
Port หรือ
พอร์ตแบบขนาน
มีชื่อเรียกกันหลายอย่างด้วยกัน
เช่น LTP Port
Printer Port
เป็นต้น
มีความสามารถในการขนถ่ายข้อมูลขนาด
8 บิตได้ครั้งละ 8 บิตในสาย 8
เส้น
ดังนั้นพอร์ตประเภทนี้จึงถือเป็นพอร์ตที่มีความเร็วสูง
นิยมใช้กับ Printer , Scanner และอื่น
ๆ
-
USB
(Universal Serial Bus)
เป็นพอร์ตหรือช่องเสียบที่เข้ามามีบทบาทต่ออุปกรณ์ในปัจจุบันเป็นอย่ามาก
มีความเร็วสูงกว่า 2
พอร์ตแรกที่ได้กล่าวข้างต้น
อีกทั้งยังมีความปลอดภัยต่อการใช้งาน
ไม่ว่าจะเป็นการเสียบ/ถอดอุปกรณ์ในขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์ยังเปิดทำงานอยู่
ก็จะไม่เกิดความเสียหาย
มาตรฐาน USB
นั้นสนับสนุนระบบ Plug & Play
ที่ทำให้การติดตั้งอุปกรณ์ของผู้ใช้กลายเป็นเรื่องง่าย
อุปกรณ์ที่ใช้กับ USB Port
นั้นมีมากมายหลายชนิดด้วยกัน
เช่น Mouse , Keyboard , Printer , Scanner , Modem , Camera
Digital และอื่น ๆ
แทบจะเรียกได้ว่า
อุปกรณ์ที่ทำการ Interface
กับคอมพิวเตอร์ ณ
วันนี้แทบจะเป็น USB
กันเกือบจะหมดแล้ว
ขั้วต่อปุ่มสวิทซ์และไฟหน้าเครื่อง
เป็นส่วนที่ใช้สั่งการทำงานภายนอกตัวเครื่องคอมฯรวมถึงเป็นการแสดงสีสันหน้าตาที่โดดเด่นของเครื่องคอมพิวเตอร์
ส่วนหนึ่งก็ว่าได้
เพราะในชุดขั้วต่อหรือปุ่มสวิทซ์หน้าปัดเครื่องนั้นจะมี
Power LED
ซึ่งเป็นชุดไฟแสดงสถานะการทำงาน
ของ Power Supply Turbo LED
เป็นส่วนที่แสดงสถานะว่าขณะนี้ได้ใช้ความเร็วสูงที่สุดของเครื่อง
HDD. LED เป็นไฟสถานะบอกว่า HDD
กำลังอ่าน/เขียนข้อมูลอยู่
ซึ่งกรณีของ HDD. LED
นี้จะกระพริบตามจังหวัดการอ่าน/เขียนของ
HDD.

ภาพแสดงการติดตั้งขั้วต่อสวิทซ์และไฟหน้าเครื่อง
ส่วนในด้านของปุ่มสวิทซ์ก็จะมี
Power Switch
ซึ่งถ้าเป็นเมนบอร์ดแบบ AT
ก็จะเป็นการเปิดปิดไฟกระแสสลับ
220 V. แต่ถ้าเป็นเมนบอร์ด ATX
ก็จะเป็นการสั่งงานผ่านทางเมนบอร์ดเพื่อเปิด
Power Supply ให้ทำงาน ส่วนสวิทซ์อีกตัวหนึ่งก็คือ
Reset Switch
นั้นจะมีหน้าที่ในการสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มการทำงานใหม่อีกครั้ง
(Boot)
JUMPER
จั้มเปอร์เป็นอุปกรณ์ที่เป็นตัวนำทางไฟฟ้า
ทำจากแผ่นทองแดงมาพลับเข้าหากัน
มีหน้าที่ในการเชื่อมต่อวงจรให้ถึงกัน
เพื่อให้ทำงานหรือให้ยกเลิกการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งสุดแล้วแต่ว่าผู้ผลิตเมนบอร์ดจะกำหนดไว้เป็นอย่างไร

รูปตัวอย่างของ
Jumper
|